Category Archives: วงการลูกหนัง

มาต้า กลับชาติมาเกิด

     ข่าวฟุตบอลโดย 24sboonline.com ฆวน มานูเอล มาต้า เพลย์เมคเกอร์ ร่างเล็กทีมชาติสเปน ของพลพรรค “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของพรีเมียร์ลีก มีข่าวลืออย่างหนาหูในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาว่าจะถูกโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสขายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจากที่กุนซือ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” เคยขายออกจากถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์มาแล้ว ในสมัยที่เคยร่วมงานกันที่เชลซี โดยโดนปล่อยตัวมาในช่วงเดือนมกราคมปี 2014 ด้วยค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์

                แต่ข่าวลือเริ่มสยบลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป และหลังเปิดฤดูกาล ฆวน มาต้า เริ่มมีบทบาทในการทำทีมของกุนซือวัย 53 ปี มากขึ้นเรื่อย และเมื่อได้รับโอกาส เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กก็ตอบแทนด้วยการโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็น 1 ในตัวหลัก และได้รับโอกาสลงเป็น 11 ตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยในช่วงนัดหลังๆ ถูกมูรินโญ่จับลงสนามในตำแหน่งหมายเลข 10 โดยรับบทเป็นเพลย์เมคเกอร์ ทำหน้าที่แทนเวย์น รูนี่ย์ ที่ถูกดร็อปไปเป็นตัวสำรองแทน

และล่าสุดมีข่าวลือมาว่าบอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 4 ปีให้กองกลางวัย 28 ปี พิจารณาในเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดการณ์กันว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่นี้น่าจะลงตัวได้ไม่ยาก หากมาต้ายังทำผลงานได้ดี และยังอยู่ในแผนการทำทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ในระยะยาว ซึ่งหากการเจรจาสัญญาลุล่วง จะทำให้มาต้าอยู่โยงในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดไปจนถึงปี 2020 เลยทีเดียว

ไบญี่ แกร่ง แต่ยังไม่เนียน

     กลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลคนใหม่ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่ากว่า 30 ล้านปอนด์ สำหรับเอริค ไบญี่ ปราการหลังร่างสูงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่ฤดูกาลที่แล้วโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกับบียาร์เรอัล ทีมดังของลา ลีก้าสเปน และไปเข้าตาของโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสที่ได้งานคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้วก็จัดการสอยกองหลังวัย 23 ปี เข้ามาสู่ทีมเป็นรายแรกในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

                และจากผลงานช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไบญี่ก็สามารถโชว์ผลงานได้ใจแฟนบอล “ปีศาจแดง” ไปแบบเต็มๆ เมื่อแสดงความแข็งแกร่ง และความเร็ว และเข้าปะทะได้อย่างแม่นยำ จนทำให้เกมรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดีขึ้นผิดหูผิดตา แต่หากดูให้ถึงเชิงลึก และลงรายละเอียดกันแล้ว ยังมีบางจังหวะ ที่ไบญี่ยังมีความโฉ่งฉ่าง และยังไม่เนียนตานัก หากจะให้เปรียบเทียบให้เด่นชัดก็คือ ยังไม่ถึงขั้นอย่างเนมานย่า วิดิช ยอดปราการหลังชาวเซอร์เบีย ที่ไบญี่ยกย่องให้เป็นไอดอลของเขาเลยทีเดียว แต่ถือว่าปราการหลังวัย 23 ปี มีแวว ทั้งสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง และรวดเร็ว ทำให้มีอนาคตที่สดใส และอาจจะเจริญรอยตามเนมานย่า วิดิชก็เป็นได้ หากได้จับคู่กับเพื่อนร่วมทีมที่ลงตัวเหมือนวิดิช ที่มีริโอ เฟอร์ดินานเป็นคู่หูที่ลงตัว ซึ่งต้องดูว่าคู่ของไบญี่จะเป็นใคร ระหว่างคริส สมอลลิ่ง หรือดาลี่ย์ บลินด์

”เฟอร์กี้” โคตรกุนซือ

   ในยุครุ่งเรืองของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้บังเหียนของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่ถูกขนานนามว่าเป็นโคตรกุนซือแห่งเมืองน้ำเมา ที่คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ยาวนานถึง 26 ปี ที่สร้างเกียรติประวัติให้กับสโมสรอย่างมากมาย ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือแม้กระทั่งฟุตบอลเอฟเอ คัพ ก็ตาม

                ซึ่งในยุคที่ “เฟอร์กี้” คุมทีมอยู่ก็เห็นได้ถึงความสามารถ และศักยภาพในการคุมทีมอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เจ้าตัวได้วางมืออำลาวงการไป ความสามารถของโคตรกุนซือยิ่งเป็นประจักรอย่างยิ่ง เนื่องจากหลังจากที่กุนซือชาวสก็อตต์ลาวงการไป ก็มีเดวิด มอยส์ หลุยส์ ฟานกัล และโชเซ่ มูรินโญ่ เหล่ายอดกุนซือเข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ได้มีนักเตะดาวดังเข้ามาร่วมทีมมากมาย ด้วยมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ แต่ทีมก็ยังไม่ดีขึ้น และยังไม่สามารถเบียดแย่งลุ้นแชมป์มา 3 ฤดูกาลแล้ว

แต่ในยุคของ “เฟอร์กี้” มีนักเตะมากมายที่แฟนบอลมองว่าเป็นจุดอ่อนของทีม ทั้งเวส บราวน์ จอน โอเช ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่บรมกุนซือก็ยังสามารถพาแชมป์มาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องใช้นักเตะซุเปอร์สตาร์ในทีมมากมาย นี่ถึงเป็นเหตุผลที่เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ต้องถูกยกย่องให้เป็นโคตรบรมกุนซือของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง

”หงส์แดง” ลุ้นแชมป์เต็มตัว

    จากฟอร์มการเล่น และผลงานในสนามเกือบ 10 นัดในพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าพลพรรค “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นตัวเต็งที่จะแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้แบบเต็มตัว โดยมีเชลซี อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นคู่ปรับแย่งแชมป์

                นับจากนัดเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา มีเพียงนัดที่บุกไปพ่ายเบิร์นลี่ย์ 0-2 เพียงนัดเดียวเท่านั้น ที่ลิเวอร์พูลฟอร์มหลุด และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง นอกนั้นถือว่าโชว์ผลงานได้อย่างสะเด่าเลยทีเดียว แถมยังบุกเอาชนะอาร์เซน่อล 4-3 และยังบุกชนะเชลซี 2-1 ถึงถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ได้อีกด้วย โดยจุดเด่นอยู่ที่เกมรุกที่กลับมาสู่ยุคเครื่องจักรสีแดง คอยไล่ถลุงประตูคู่แข่งอีกครั้ง เหมือนในสมัยยุครุ่งเรือง โดยในยุคนี้มีตัวประสานในการทำเกมรุกอย่างโฉบเฉี่ยว นำโดยซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกผิวสี ที่ดึงตัวมาจากเซาต์แธมตัน ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งถึงแม้จะย้ายเข้ามาใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์ แต่สอดประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับอดัม ลัลลาน่า และฟิลิเป้ คูตินโญ่ และมีโรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันทำประตูได้อย่างลงตัว

ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้างในแนวรับ ที่บางครั้งอาจจะเสียประตูง่ายไปหน่อย แต่ด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน ก็สามารถยิงประตูแซงคู่แข่งได้ตลอด ทำให้ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลน่าจะได้เบียดลุ้นแชมป์กันแบบยาวๆ ไปจนจบฤดูกาลอย่างแน่นอน

ดีไม่พอ

    พลพรรคทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่คงจะต้องหมดหวังกับการไปฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับคู่แข่งมา 3 นัดติดต่อกัน ถึงแม้ว่า 2 ใน 3 นัด จะโชว์ฟอร์มได้ดีก็ตาม แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นในเกมที่เปิดบ้านพ่ายให้ทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ที่ยังห่างไกลกับทีมที่ถูกยกให้เป็นอันดับที่ 1 ของทวีป

                หากมองจากนัดที่โชว์ฟอร์มได้ดีอย่างนัดที่พ่ายซาอุดิอาราเบีย 0-1 และสหรัฐ อาหรับ เอมิเรต 1-3 ก็ยังมีจุดอ่อนให้เห็น ถึงแม้ว่าภาพรวมจะทำได้ดีก็ตาม แต่รายละเอียดเกมแล้วยังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขอีกเยอะ ส่วนนัดที่พ่ายอย่างหมดรูปให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ถือว่าโชคดีมากแล้ว หากทีมซามูไรจบสกอร์ได้คมกว่านั้น รับรองมีเกินครึ่งโหลเป็นแน่ และมันเป็นสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยต้องยอมรับว่าการผ่านเข้ามาเจอเสือ สิงห์ กระทิง แรดในรอบ 12 ทีมสุดท้ายนั้น ไม่มีนัดไหนที่เราจะหวังเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เลย เนื่องจากศักยภาพทีมยังเป็นรองคู่แข่งทั้งหมด และหากเจอปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เข้ามาเสริม เช่น ผู้ตัดสิน อย่างที่เจอในนัดกับซาอุดิอาราเบีย เป็นต้น ทำให้เรารู้ได้เลยว่า หากว่าจะผ่านไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกแล้ว คุณภาพทีมเท่าที่เรามีอยู่ ณ ตอนนี้มันไม่พอ แต่หากทีมชาติไทยมีพัฒนาการก้าวขึ้นมาอีกเรื่อยๆ อีก 3 รอบของการคัดเลือกฟุตบอลโลกในอีก 12 ปีข้างหน้า เราน่าจะได้ลุ้นกันแบบสุดๆ กว่านี้

“ชายหมู” หมดสภาพ

   เวย์น รูนี่ย์ ดาวยิงกัปตันทีมชาติอังกฤษ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารย์อย่างหนักเกี่ยวกับฟอร์มการเล่นของเขาในช่วงเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา เนื่องจากฟอร์มการเล่นดูหมดสภาพก่อนวัยอันควรเป็นอย่างยิ่ง กับนักเตะอายุเพียง 31 ปี ถึงแม้ว่าจะได้เจ้านายใหม่อย่างโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุเกสเข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดก็ตาม แต่จากฟอร์มช่วงกว่า 10 นัดที่ผ่านมา “ชายหมู” กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง ถึงแม้ว่าจะทำประตู และทำแอสซิสต์ได้บ้าง แต่ฟอร์มโดยรวมเรียกได้ว่าทุเรศเลยก็ว่าได้ ทั้งการจ่ายบอลเสีย และความเชื่องช้าถึงขนาดเรียกได้ว่าเต่ากัดสตั๊ดเลยทีเดียว จนถูกทั้งสื่อมวลชน และบรรดาแฟนบอลของทีมกดดันให้กุนซือชาวโปรตุเกสให้ถอดออกจากตำแหน่งตัวจริง และเปิดโอกาสให้นักเตะรายอื่นอย่างฆวน มาต้า หรือเฮนริค มคิทาร์ยานเสียบลงเป็น 11 ตัวจริง ในตำแหน่งผู้เล่นหมายเลข 10 แทนทำให้กองหน้าอดีตขวัญใจแฟนบอลจึงต้องตกที่นั่งลำบาก และอยู่ในภาวะที่แบกรับความกดดันอย่างหนัก ถึงแม้จะมีเพื่อนร่วมทีมหนุนหลังอยู่ก็ตาม แต่หาก “ชายหมู” ยังไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้ คาดว่าอนาคตในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด และทีมชาติอังกฤษที่เจ้าตัวยังได้เป็นกัปตันทีมอยู่นั้น อนาคตท่าทางจะไม่สดใส และสุดท้ายอาจจะต้องย้ายแหล่งในการทำมาหากินในที่สุด ซึ่งที่ประเทศจีน หรือสหรัฐอเมริกา น่าจะเป็นที่ที่น่าสนใจที่สุดในช่วงบั้นปลายในการค้าแข้งของเขา

สรุปตารางฟุตบอลบุนเดสลีกา นัดที่ 9

   ฟุตบอลบุนเดสลีกาเยอรมัน ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศเยอรมัน ผ่านการแข่งขันไปแล้วจำนวน 9 นัด  โดยตอนนี้ภาพรวมของแต่ละทีมถือว่าชัดเจนพอสมควร ว่าจะอยู่ในโซนอะไร ไม่ว่าจะเป็นโซนลุ้นแชมป์ โซนลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรป และ โซนตกชั้น โดยสถานการณ์ล่าสุดจะเป็นอย่างไรกันบ้างไปติดตามกันเลย

เริ่มที่โซนลุ้นแชมป์ แม้ว่า บาเยิร์น มิวนิค จะนำเป็นจ่าฝูงแต่ก็ถือว่าไม่ห่างจากอันดับ 2 มากนัก โดยอันดับที่ 2 ก็คือ อาร์บี ไลบ์ซิก ทีมน้องใหม่ไฟแรงที่ทำผลงานได้ดีอย่างมาก โดยเคยที่จะเอาชนะทีมอย่าง โบรุสเซี่ย ดอร์ทหมุนด์ได้ด้วย นอกจากมียังมีทีมอื่นๆอย่าง ฮอฟเฟ่นไฮม์ โคโลญจน์ และ โบรุสเซี่ย ดอร์ทหมุนด์ ที่น่าจะยังมีโอกาสลุ้นแชมป์อยู่ สำหรับพื้นที่ฟุตบอลสโมสรยุโรป ยังคงมองว่า ทีมอย่าง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมอันดับที่ 10 ของตาราง และ โบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด ทีมอันดับที่ 11 ของตาราง ยังคงมีโอกาสที่จะมาลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ฟุตบอลยูโรป้าลีก แม้ว่าจะออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก แต่การแข่งขันยังเหลืออีก 23 นัด ให้ทำการแข่งขัน สำหรับทีมที่มีโอกาสตกชั้น ฮัมบูร์ก ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะว่า มีแค่สองคะแนนเท่านั้น จากการลงเล่น 9 นัด เรียกว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย โอกาสที่จะตกชั้นสูงมากๆจริงๆ สำหรับทีมอื่นๆที่อยู่ในข่ายที่ต้องลุ้นหนีการตกชั้นได้แก่ อิงโกลสตั๊ด  แวร์เดอร์ เบรเมน และ ดาร์มสตั๊ด 98 ซึ่งเชื่อว่าน่าจะลุ้นหนีการตกชั้นสนุกอย่างแน่นอน

สรุปสถานการณ์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังผ่านไป 4 นัด กลุ่ม เอ ถึง กลุ่ม ดี

   ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฟุตบอลถ้วยใบใหญ่ของฟุตบอลสโมสรยุโรป ตอนนี้อยู่ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยผ่านการแข่งขันไปแล้วจำนวน 4 นัด โดยวันนี้เราจะมาสรุปสถานการณ์ของกลุ่ม เอ ถึง กลุ่ม ดี กันว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง

เริ่มที่ กลุ่มเอ  ผ่านไปแล้ว 4 นัด อันดับ 1 กับ อันดับที่ 2 เป็น อาร์เซน่อล และ เปแอสแช โดยมี 10 คะแนน จากการลงเล่น 4 นัด ทำให้สองทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่แน่นอนแล้ว โดยจะต้องไปแย่งอันดับที่ 1 กันเอง ส่วนอีกสองทีมอย่าง ลูโดโกเรตส์ และ เอฟซี บาเซิ่ล ต้องแย่งอันดับที่ 3 กัน เพื่อไปเล่นในฟุตบอลยูโรป้าลีก  ต่อกันที่ กลุ่ม บี  เป็นกลุ่มที่สูสีกันมาก โดยอันดับล่าสุด นาโปลี อยู่อันดับที่ 1 มี 7 คะแนน เท่ากับอันดับที่ 2 เบนฟิก้า และ อันดับที่ 3 เบซิคตัส มี 6 คะแนน และอันดับที่ 4 ดินาโม เคียฟ มี 1 คะแนน ดูแล้วกลุ่มนี้สามทีมในกลุ่มนำลุ้นเข้ารอบ และทีมที่อกหักก็จะได้เล่นฟุตบอลยูโรป้าลีก กลุ่มซี  บาร์เซโลนา นำเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่มอยู่ในขณะนี้โดยมีอยู่ 9 คะแนน ตามมาด้วยอันดับที่ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี 7 คะแนน อันดับ 3  โบรุสเซี่ย มึนเช่นกลัดบัด มี 4 คะแนน และ เซลติก มี 2 คะแนน กลุ่มนี้เชื่อว่าทีมอย่าง บาร์เซโลนา และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ น่าจะเข้ารอบต่อไป ส่วนทีมอันดับ 3 ยังมองได้ค่อนข้างยาก  และ กลุ่ม ดี  ได้สองทีมเข้ารอบแล้วคือ บาเยิร์น มิวนิค และ แอตเลติโก มาดริด ส่วนอีกสองทีมไปลุ้นอันดับสาม

ยูเว่ เปิดบ้านรับมือ โอลิมปิก ลียง

      ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมาลงทำการแข่งขันกันอีกครั้ง โดยเกมส์ที่เราจะพูดถึงคือเกมส์การแข่งขันคู่ระหว่าง ยูเวนตุส ที่จะเปิดสนามยูเวนตุสสเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ โอลิมปิก ลียง ทีมดังจากฝรั่งเศส โดยเกมส์นี้มีความสำคัญต่อการเข้ารอบของทั้งสองทีม โดยยูเวนตุสนำเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม โดยแข่งสามนัดมีอยู่ 7 คะแนน ส่วนโอลิมปิก ลียง อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง โดยมี 3 คะแนน

   โดยผลงานล่าสุดของทั้งสองทีม เริ่มที่ยูเวนตุส ผลงานในฟุตบอลกัสโช่ เซเรียอา เอาชนะทีมอย่างนาโปลีได้ 2-1 ทำให้ทำคะแนนทิ้งห่างทีมอื่นๆไปในตัวด้วย ส่วนโอลิมปิก ลียง ผลงานในฟุตบอลลีกเอิง บุกไปเอาชนะตูลูส 2-1  เรียกว่านัดที่ผ่านมาสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ทั้งคู่  สำหรับการเจอกันของคู่นี้ถ้ายูเวนตุสชนะก็น่าจะการรันตีการเข้ารอบไปเลย เพราะทีมที่ตามมาไม่สามารถไล่ได้ทันแล้ว ส่วนโอลิมปิก ลียง เงื่อนไขเดียวก็พวกเขาคือการเก็บชัยชนะเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะถ้าเสมอโอกาสในการเข้ารอบก็ถือว่าน้อยอยู่ดี  สำหรับมุมมองของนักวิเคราะห์ฟุตบอล มองว่า เจ้าบ้านยูเวนตุสน่าจะสามารถเอาชนะทีมอย่าง โอลิมปิก ลียง ได้แน่นอน เพราะฟอร์มกำลังเข้าฝัก โดยมีนักเตะที่พร้อมทำประตูให้กับทีมอย่าง กอนซาโล่ อิกัวอิน และ มาริโอ มันซูคิช เชื่อว่าเกมส์นี้มีสามคะแนนอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะชนะเท่าไหร่เท่านั้น สกอร์น่าจะอยู่ที่ 2-1 หรือไม่ก็ 3-2 และทำให้ยูเวนตุสผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

สเปอร์ส เปิดบ้านรับมือ เลเวอร์คูเซ่น

   ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี เกมส์ที่สนามเวมบลีย์ สเปอร์ส จะพบกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทีมดังจากเยอรมัน โดยสถานการณ์ในกลุ่มนี้ทั้ง 4 ทีม ยังมีโอกาสเข้ารอบพอๆกัน โดย สเปอร์ส อยู่อันดับที่ 2 ของตาราง มี 4 คะแนน จาก 3 นัด ส่วน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง โดยมี 3 คะแนน จาก 3 นัด

สำหรับการเจอกันครั้งล่าสุด ที่สนามไบอารีน่า สเตเดี้ยม  โดยเสมอกันไป 0-0  สำหรับผลงานนัดล่าสุดของทั้งสองทีม เจ้าบ้าน สเปอร์สนัดล่าสุดลงเล่นในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1 ส่วน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ทำผลงานได้ดีอย่างมาก โดยบุกไปเอาชนะทีมอย่าง โวลฟ์บวร์กได้ถึงถิ่น 2-1 ความพร้อมก่อนลงสนามของทั้งสองทีม เริ่มที่เจ้าบ้าน สเปอร์ส กุนซือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน มีทีมที่ค่อนข้างสมบูรณ์แต่จะยังไม่มี แฮร์รี่ เคน กองหน้าดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ที่ไม่น่าจะมีความฟิตพอลงเล่นเกมส์นี้ แต่ผู้เล่นคนสำคัญคนอื่นๆสามารถลงสนามได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เดเล่ อัลลี่ คริสเตี่ยน อีริคเซ่น และ อีริค ลาเมล่า สามารถลงสนามได้ทั้งหมด ด้านทีมเยือน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เกมส์นี้ก็ถือว่ามีความพร้อมเช่นกัน โดยผู้เล่นตัวหลักสามารถลงสนามได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ฮาเวียร์ ชิชาร์ริโต เออร์นาเดช กองหน้าทีมชาติเม็กซิโก  ฮาคาน ซาโลโนกรู กองกลางทีมชาติตุรกี และ ลาส เบนเดอร์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน สำหรับเกมส์คู่นี้จะลงเล่น ในเวลา 02.45 น. ตามเวลาประเทศไทย