แมนยู – บาร์ซ่า เปิดศึกแย่ง เปาโล ดีบาล่า

เตรียมเปิดศึกแย่งกันอย่างดุเดือดเมื่อสองทีมยักษ์แห่งสองลีกใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากพรีเมียร์ ลีก และ บาร์เซโลน่า จากลาลีกา สเปน เตรียมเจรจาพร้อมทุ่มเงินสูงกว่า 155 ล้านปอนด์ในการคว้าตัว เปาโล ดีบาล่า มาร่วมทีมซึ่งทางนักเตะกำลังหมดสัญญากับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์หน้า เรียกศึกนี้กำลังดุเดือดอย่างมากทีเดียว และด้วยฝีมือเยี่ยมของนักเตะทำให้กุนซือทั้ง 2 ทีมต่างๆพอใจและยินดีในการคว้า ดีบาล่า มาร่วมทีมในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเจรจาของทั้ง 2 ทีมด้วยว่านักเตะจะเลือกทีมไหนมากกว่ากัน

สำหรับทาง เปาโล ดีบาล่า ตอนนี้เขาลงเล่นให้กับ ยูเวนตุส และได้พาทีมลงสนามยิงประตูไปถึง 8 ประตู ซึ่งโดยรวมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล 2017-18 ที่ผ่านมาเขาคว้าชัยให้กับทีมไปแล้วถึง 12 ประตูด้วยกัน ล่าสุดทางนักเตะเพิ่งโชว์ฟอร์มทำประตูให้กับทีมอีก 2 ประตู ใส่โตริโน่ในตูรินดาร์บี้แมตช์ ด้วยฟอร์มการทำประตูดีขนาดนี้ทำให้สโมสรใหญ่ทั้ง 2 ลีกแห่งยุโรปต่างสนใจในตัวนักเตะผู้นี้ รวมถึงตัวนักเตะเองก็อยู่ในช่วงใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดแล้วด้วย

ทั้งนี้ทาง ปอล ป็อกบา อดีตเพื่อนร่วมทีมของ ดีบาล่า สมัยที่เขายังอยู่กับยูเวนตุสเผยว่า สำหรับทาง ดีบาล่า นั้นมันเหมือนกับกำลังเล่นSquare R2 มันจากเกมเพลย์สเตชั่น เพราะฟอร์มการเล่นของเขาคือการหมุนตัวแล้วหันมายิงได้มันเป็นแบบนั้นเลยล่ะ ทั้งเขายังสามารถยิงประตูได้ทุกรูปแบบจริงๆ ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไม สโมสรใหญ่ต่างๆ ถึงสนใจในตัวเขามากและพร้อมทุ่มเงินสุดตัวในการคว้าตัวเขามาร่วมทีม

เมสซี่เผย มีนักเตะเพียงคนเดียวที่เขาขอแลกเสื้อ

ลีโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะแห่งบาร์เซโลน่า เผยเรื่องราวส่วนตัวของเขาเองว่า เขาเคยขอแลกเสื้อกับนักเตะคนหนึ่งและเป็นคนเดียวที่เขาเองนั้นเดินไปขอแลกเสื้อด้วยซึ่งนี้คือเรื่องราวส่วนตัวของเขาที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนเลย ซึ่งแฟนบอลของเขาได้ยินถึงกับมีอึ้งจริงๆ

“ลีโอเนล เมสซี่” ยอดนักเตะซุปเปอร์สตาร์คนดังแห่งบาร์เซโลน่า สโมสรใหญ่แห่ง ลาลีกา สเปน เผยต่อสื่อถึงเรื่องราวส่วนตัวของเขาว่าในช่วงชีวิตที่เขาอยู่ในวงการฟุตบอลนับตั้งแต่เริ่มเล่น จนถึงจุดสูงสุดของอาชีพเขานั้นมีเพียงนักฟุตบอลคนเดียวเท่านั้น ที่เขาขอแลกเสื้อบอลกับเขาคือ “ซีเนดีน ซีดาน” อดีตนักเตะของ “เรอัล มาดริด” ซึ่งในปัจจุบันทำหน้าที่กุนซือให้กับ เรอัล มาดริด โดยทาง เมสซี่ เองก็เผยอีกว่า เขาเองไม่เคยเข้าไปขอแลกเสื้อกับใครก่อนซึ่ง ซีดาน คือนักเตะเพียงคนเดียวที่เขาเข้าไปขอแลกเสื้อเลย

โดยทางเมสซี่ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเขาเองนั้นในช่วงแรกเพิ่งก้าวเข้ามาร่วมกับทาง บาร์เซโลน่า ใหม่ๆ รวมถึงในตอนนั้นยังเป็นนักเตะใหม่ซึ่งเป็นก้าวต้นๆของอาชีพเขา ขณะเดียวกัน ซีดาน ก็อยู่ในช่วงของท้ายอาชีพนักเตะของเขาก่อนที่จะวางมือจากอาชีพนี้และก้าวมาเป็นกุนซือให้กับทีมของตน “เรอัล มาดริด” โดยทางเมสซีก็เผยต่อว่า เขาเองนั้นไม่เคยไปแลกเสื้อกับใคร แต่ถ้ามีใครมาขอแลกเสื้อเขาก็ตอบรับ โดยมีเพียง ซีดาน เท่านั้นที่เขาขอแลกเสื้อด้วยคนเดียว ซึ่งนักเตะซุปเปอร์สตาร์ก็ไม่ได้ระบุเหตุผลดังกล่าวนั้น

มูริญโญ่ รับ หวังผล แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ

กุนซือใหญ่แห่งลีกสโมสรยักษ์อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับต่อสื่อว่าตั้งใจให้ทางทีมตั้งใจเล่นเพื่อหวังผลเสมอ ซึ่งก็เป็นไปตามที่เขาตั้งใจไว้จริงๆ เมื่อการแข่งขันเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2017 ที่ผ่านมานั้นเมื่อทางทีมก็สามารถป้องกันเกมที่เล่นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จ ในการแข่งขันศึกดาร์บี้แมตซ์ ซึ่งทางกุนซือคนดังระบุถึงสาเหตุว่าทางทีมนั้นขาดมิดฟิลด์คนเก่งนั่นเอง

จากการที่ทาง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงแข่งร่วมกับทีมคู่แข่งตลอดกาลอีกทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการแข่งขันฟุตบอลศึกดาร์บี้ ในสนามเอติสัน สเตเดี้ยมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2017 ที่ผ่านมานั้นส่งผลให้สกอร์เสมอกัน 0-0 โดยทางกุนซือใหญ่แห่ง ปีศาจแดง โซเซ่ มูริญโญ่ ออกมาระบุว่าจากการที่นัดแข่งขันนัดที่ผ่านมานั้นสาเหตุมาจากที่ทีมของตนนั้นขาดนักเตะฝีมือดีๆ ส่งผลให้ทางกุนซือเองหวังผลเพื่อให้ทีมผลเสมอ ซึ่งจากการที่ขาดกองกลางคนสำคัญอย่าง ฆวน มาต้า และปอล ป็อกบา รวมถึงไม่มี ซลาตัน อิบราโมวิช หัวหอกคนสำคัญที่จะพาความหวังให้กับทีม ส่งผลให้ทีมขาดคุณภาพไปมาก และยังคงต้องต่อสู้กับทีมคู่แข่งฝีมือชั้นนำอย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

โดยทางกุนซือดังกล่าวได้ระบุว่า จากการเล่นในนัดนั้นช่วงท้ายครึ่งหลังซึ่งต้องมาเสียเปรียบด้วย เนื่องจากทีมคู่แข่งยังมีนักเตะฝีมือดี รวมถึงทางนักเตะของปีศาจแดงเองก็ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย ซึ่งทางเขาเองก็ต้องทำอะไรให้มากกว่านี้เพื่อให้ทีมเล่นในแง่บวกและเล่นสวนกลับได้ดีกว่านี้แม้ว่าจะไม่มีนักเตะคนสำคัญของทีม

 

มาร์กินญอส ยืนอยู่ร่วม เปแอสเช ต่อ

ทางสโมสรแห่งลีกเอิงฝรั่งเศส ยันยืนแล้วว่า กองหลังแห่ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรือ เปแอสเช อย่าง มาร์กินญอส ยังคงอยู่ร่วมแข่งขันในทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่ากองหลังคนดังกล่าวอาจจะย้ายเข้าไปร่วมทีมกับสโมสรใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่คว้าตัวนักเตะคนดังกล่าวเข้าร่วมทีมในฤดูกาลหน้าซึ่งมาร์กินญอส ก็ถือว่าเป็นนักเตะอีกคนที่ทาง แมน ยูไนเต็ด อาจมีข่าวการคว้าในฤดูกาลถัดไป ซึ่งทาง มาร์กินญอส เองก็เพิ่งโชว์ฟอร์มอัด โมนาโก แหลก ในศึกกุ๊ป เดอ ฟร้องซ์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2017 ที่ผ่านมา

ซึ่งทางมาร์กินญอส นั้นก็ยังคงตกเป็นเป้าหมายในตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งมีรายงานว่าทาง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจที่จะนำตัวนักเตะผู้นี้มาร่วมเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมในลีกฤดูกาลต่อไป โดยทางปีศาจแดงมีการทุ่มค่าตัวเขาถึง 59 ล้านปอนด์เลยทีเดียว แต่ทางสโมสรแห่งเมืองน้ำหอมของฝรั่งเศส ได้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อข่าวต่างประเทศแล้วว่า มาร์กินญอส กองหลังตัวเก่งแห่งทีม เปแอสเช ในวันที่ 27 เม.ย. 60 แล้วว่าปราการหลังตัวเก่งวัย 22 ปีผู้นี้ยืนยันว่าจะยังอยู่ร่วมสโมสรกับลีกแดนผู้ดีนี้จนถึงฤดูกาลหน้า

ขณะที่ มาร์กินญอส นักเตะวัย 22 ปีถือว่าโชว์ฟอร์มผลงานตนเองได้อย่างดีเยี่ยมในช่วงฤดูกาลนี้และกลายเป็นนักเตะดาวรุ่งอีกคนที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่ง โดยทางนักเตะผู้นี้ทางก็ยังโชว์ฟอร์มถล่มโมนาโกเละ 5-0 ในการแข่งขันศึกกุ๊ป-เดอ ฟร้องซ์ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งยังคงต้องดูกันต่อไปว่าจบฤดูกาลหน้าจะมีข่าวการย้ายทีมของนักเตะผู้นี้หรือไม่

เป๊บ ยัน แมนฯซิตี้ ไม่สน อัลลี ร่วมทีม

เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมสโมสรใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ระบุต่อสื่อว่าเขาเองไม่ได้สนใจจะติดต่อ เดเล่ อัลลี มิดฟิล์ดแห่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เข้าร่วมทีมโดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทางผู้จัดการทีมแห่ง เรือใบสีฟ้า จะมีการทุ่มเงินหลายล้านดึงนักเตะคนดังกล่าวเข้าร่วมทีม ต่อมาทางผู้จัดการทีม กวาร์ดิโอล่า ได้ออกมาระบุชัดเจนแล้วว่า เขาเองไม่ได้สนใจจะนำนักเตะคนดังกล่าวมาร่วมทีม เสริมทัพแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ทางการ์ดิโอล่า ระบุว่า นักเตะกองกลางแห่ง ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส อย่าง เดเล่ อัลลี นั้นถือว่าเป็นนักเตะอีกคนหนึ่งที่มีฝีมือที่เก่ง และมีการพัฒนามากขึ้นในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งคนหนึ่ง แม้ว่าทาง การ์ดิโอล่า ผู้จัดการแห่ง เรือใบสีฟ้า ยังไม่สนใจในตัวนักเตะผู้นี้ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ อัลลี เคยมีข่าวจากทาง ชาบี อดีตมิดฟิลด์แห่งบาร์เซโลนา ว่าเขาเองเคยเป็นนักเตะอีกคนที่ทาง กวาร์ดิโอล่า ต้องการให้เขามาร่วมทีมกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีกนี้โดยอาจจะมีการเซ็นสัญญาในฤดูกาลหน้า ซึ่งทาง เมาริซิโอ โปเซ็ตติโน่ ผู้จัดการแห่ง ไก่เดือยทอง ออกมาระบุกับสื่อว่า แม้ว่าข่าวดังกล่าวจะไม่เป็นจริงก็ตาม แต่เขาเองก็ไม่สามารถการันตีอนาคตของนักเตะวัย 21 ปี ผู้นี้ได้ ซึ่งก็เป็นที่ยืนยันแน่นอนแล้วว่าทางการ์ดิโอล่า เองไม่ได้สนใจที่จะนำ อัลลี ของร่วมทีมในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

มาต้า กลับชาติมาเกิด

     ข่าวฟุตบอลโดย 24sboonline.com ฆวน มานูเอล มาต้า เพลย์เมคเกอร์ ร่างเล็กทีมชาติสเปน ของพลพรรค “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังของพรีเมียร์ลีก มีข่าวลืออย่างหนาหูในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาว่าจะถูกโชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสขายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจากที่กุนซือ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” เคยขายออกจากถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์มาแล้ว ในสมัยที่เคยร่วมงานกันที่เชลซี โดยโดนปล่อยตัวมาในช่วงเดือนมกราคมปี 2014 ด้วยค่าตัว 37.1 ล้านปอนด์

                แต่ข่าวลือเริ่มสยบลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป และหลังเปิดฤดูกาล ฆวน มาต้า เริ่มมีบทบาทในการทำทีมของกุนซือวัย 53 ปี มากขึ้นเรื่อย และเมื่อได้รับโอกาส เพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กก็ตอบแทนด้วยการโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็น 1 ในตัวหลัก และได้รับโอกาสลงเป็น 11 ตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยในช่วงนัดหลังๆ ถูกมูรินโญ่จับลงสนามในตำแหน่งหมายเลข 10 โดยรับบทเป็นเพลย์เมคเกอร์ ทำหน้าที่แทนเวย์น รูนี่ย์ ที่ถูกดร็อปไปเป็นตัวสำรองแทน

และล่าสุดมีข่าวลือมาว่าบอร์ดบริหารของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 4 ปีให้กองกลางวัย 28 ปี พิจารณาในเร็วๆ นี้ ซึ่งคาดการณ์กันว่าการเจรจาสัญญาฉบับใหม่นี้น่าจะลงตัวได้ไม่ยาก หากมาต้ายังทำผลงานได้ดี และยังอยู่ในแผนการทำทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ในระยะยาว ซึ่งหากการเจรจาสัญญาลุล่วง จะทำให้มาต้าอยู่โยงในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดไปจนถึงปี 2020 เลยทีเดียว

ไบญี่ แกร่ง แต่ยังไม่เนียน

     กลายมาเป็นขวัญใจแฟนบอลคนใหม่ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่ย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่ากว่า 30 ล้านปอนด์ สำหรับเอริค ไบญี่ ปราการหลังร่างสูงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ที่ฤดูกาลที่แล้วโชว์ผลงานได้อย่างโดดเด่นกับบียาร์เรอัล ทีมดังของลา ลีก้าสเปน และไปเข้าตาของโชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสที่ได้งานคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด แล้วก็จัดการสอยกองหลังวัย 23 ปี เข้ามาสู่ทีมเป็นรายแรกในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา

                และจากผลงานช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไบญี่ก็สามารถโชว์ผลงานได้ใจแฟนบอล “ปีศาจแดง” ไปแบบเต็มๆ เมื่อแสดงความแข็งแกร่ง และความเร็ว และเข้าปะทะได้อย่างแม่นยำ จนทำให้เกมรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดีขึ้นผิดหูผิดตา แต่หากดูให้ถึงเชิงลึก และลงรายละเอียดกันแล้ว ยังมีบางจังหวะ ที่ไบญี่ยังมีความโฉ่งฉ่าง และยังไม่เนียนตานัก หากจะให้เปรียบเทียบให้เด่นชัดก็คือ ยังไม่ถึงขั้นอย่างเนมานย่า วิดิช ยอดปราการหลังชาวเซอร์เบีย ที่ไบญี่ยกย่องให้เป็นไอดอลของเขาเลยทีเดียว แต่ถือว่าปราการหลังวัย 23 ปี มีแวว ทั้งสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง และรวดเร็ว ทำให้มีอนาคตที่สดใส และอาจจะเจริญรอยตามเนมานย่า วิดิชก็เป็นได้ หากได้จับคู่กับเพื่อนร่วมทีมที่ลงตัวเหมือนวิดิช ที่มีริโอ เฟอร์ดินานเป็นคู่หูที่ลงตัว ซึ่งต้องดูว่าคู่ของไบญี่จะเป็นใคร ระหว่างคริส สมอลลิ่ง หรือดาลี่ย์ บลินด์

”เฟอร์กี้” โคตรกุนซือ

   ในยุครุ่งเรืองของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้บังเหียนของเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ที่ถูกขนานนามว่าเป็นโคตรกุนซือแห่งเมืองน้ำเมา ที่คุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ยาวนานถึง 26 ปี ที่สร้างเกียรติประวัติให้กับสโมสรอย่างมากมาย ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือแม้กระทั่งฟุตบอลเอฟเอ คัพ ก็ตาม

                ซึ่งในยุคที่ “เฟอร์กี้” คุมทีมอยู่ก็เห็นได้ถึงความสามารถ และศักยภาพในการคุมทีมอยู่แล้ว แต่หลังจากที่เจ้าตัวได้วางมืออำลาวงการไป ความสามารถของโคตรกุนซือยิ่งเป็นประจักรอย่างยิ่ง เนื่องจากหลังจากที่กุนซือชาวสก็อตต์ลาวงการไป ก็มีเดวิด มอยส์ หลุยส์ ฟานกัล และโชเซ่ มูรินโญ่ เหล่ายอดกุนซือเข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ได้มีนักเตะดาวดังเข้ามาร่วมทีมมากมาย ด้วยมูลค่าหลายร้อยล้านปอนด์ แต่ทีมก็ยังไม่ดีขึ้น และยังไม่สามารถเบียดแย่งลุ้นแชมป์มา 3 ฤดูกาลแล้ว

แต่ในยุคของ “เฟอร์กี้” มีนักเตะมากมายที่แฟนบอลมองว่าเป็นจุดอ่อนของทีม ทั้งเวส บราวน์ จอน โอเช ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย แต่บรมกุนซือก็ยังสามารถพาแชมป์มาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ต้องใช้นักเตะซุเปอร์สตาร์ในทีมมากมาย นี่ถึงเป็นเหตุผลที่เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ต้องถูกยกย่องให้เป็นโคตรบรมกุนซือของวงการฟุตบอลอย่างแท้จริง

”หงส์แดง” ลุ้นแชมป์เต็มตัว

    จากฟอร์มการเล่น และผลงานในสนามเกือบ 10 นัดในพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมา พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าพลพรรค “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นตัวเต็งที่จะแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้แบบเต็มตัว โดยมีเชลซี อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นคู่ปรับแย่งแชมป์

                นับจากนัดเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา มีเพียงนัดที่บุกไปพ่ายเบิร์นลี่ย์ 0-2 เพียงนัดเดียวเท่านั้น ที่ลิเวอร์พูลฟอร์มหลุด และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง นอกนั้นถือว่าโชว์ผลงานได้อย่างสะเด่าเลยทีเดียว แถมยังบุกเอาชนะอาร์เซน่อล 4-3 และยังบุกชนะเชลซี 2-1 ถึงถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ได้อีกด้วย โดยจุดเด่นอยู่ที่เกมรุกที่กลับมาสู่ยุคเครื่องจักรสีแดง คอยไล่ถลุงประตูคู่แข่งอีกครั้ง เหมือนในสมัยยุครุ่งเรือง โดยในยุคนี้มีตัวประสานในการทำเกมรุกอย่างโฉบเฉี่ยว นำโดยซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกผิวสี ที่ดึงตัวมาจากเซาต์แธมตัน ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งถึงแม้จะย้ายเข้ามาใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์ แต่สอดประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับอดัม ลัลลาน่า และฟิลิเป้ คูตินโญ่ และมีโรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งผลัดเปลี่ยนกันทำประตูได้อย่างลงตัว

ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาอยู่บ้างในแนวรับ ที่บางครั้งอาจจะเสียประตูง่ายไปหน่อย แต่ด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน ก็สามารถยิงประตูแซงคู่แข่งได้ตลอด ทำให้ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลน่าจะได้เบียดลุ้นแชมป์กันแบบยาวๆ ไปจนจบฤดูกาลอย่างแน่นอน

ดีไม่พอ

    พลพรรคทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่คงจะต้องหมดหวังกับการไปฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากพลาดท่าพ่ายให้กับคู่แข่งมา 3 นัดติดต่อกัน ถึงแม้ว่า 2 ใน 3 นัด จะโชว์ฟอร์มได้ดีก็ตาม แต่ก็ยังแสดงให้เห็นถึงความห่างชั้นในเกมที่เปิดบ้านพ่ายให้ทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ที่ยังห่างไกลกับทีมที่ถูกยกให้เป็นอันดับที่ 1 ของทวีป

                หากมองจากนัดที่โชว์ฟอร์มได้ดีอย่างนัดที่พ่ายซาอุดิอาราเบีย 0-1 และสหรัฐ อาหรับ เอมิเรต 1-3 ก็ยังมีจุดอ่อนให้เห็น ถึงแม้ว่าภาพรวมจะทำได้ดีก็ตาม แต่รายละเอียดเกมแล้วยังมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไขอีกเยอะ ส่วนนัดที่พ่ายอย่างหมดรูปให้กับทีมชาติญี่ปุ่น 0-2 ถือว่าโชคดีมากแล้ว หากทีมซามูไรจบสกอร์ได้คมกว่านั้น รับรองมีเกินครึ่งโหลเป็นแน่ และมันเป็นสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยต้องยอมรับว่าการผ่านเข้ามาเจอเสือ สิงห์ กระทิง แรดในรอบ 12 ทีมสุดท้ายนั้น ไม่มีนัดไหนที่เราจะหวังเก็บ 3 คะแนนเต็มได้เลย เนื่องจากศักยภาพทีมยังเป็นรองคู่แข่งทั้งหมด และหากเจอปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เข้ามาเสริม เช่น ผู้ตัดสิน อย่างที่เจอในนัดกับซาอุดิอาราเบีย เป็นต้น ทำให้เรารู้ได้เลยว่า หากว่าจะผ่านไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกแล้ว คุณภาพทีมเท่าที่เรามีอยู่ ณ ตอนนี้มันไม่พอ แต่หากทีมชาติไทยมีพัฒนาการก้าวขึ้นมาอีกเรื่อยๆ อีก 3 รอบของการคัดเลือกฟุตบอลโลกในอีก 12 ปีข้างหน้า เราน่าจะได้ลุ้นกันแบบสุดๆ กว่านี้